“หุ่นปั้นเซียนแปะโรงสี”

เสี่ยงโชค

ประชาชนแห่เดินทางมาขอโชคลาภกับ “หุ่นปั้นเซียนแปะโรงสี” วัดสว่างอารมณ์ ไม่ผิดหวังได้ เลขเด็ดกลับไปเสี่ยงโชคงวด 1 มิ.ย. 64
วันที่ 30 พ.ค. 2564 นักข่าวรายงานว่า

ที่วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้จะอยู่ในช่วงระบาดขอเชื้อโควิด-19 ก็ตาม
โดยทางวัดได้มีมาตรการเข้ม ให้เข้าออกวัดทางเดียว มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิและเจลตั้งตามจุดที่ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนไปกราบไหว้ทุกจุด และแม้จะมีการเว้นระยะห่างก็ตาม บรรดานักเสี่ยงโชคก็ไม่ละความพยายามที่จะมาขอโชคลาภ ซึ่งมีความเชื่อว่าที่วัดนี้ให้โชคคนมามากมาย
สำหรับสถานที่ที่ได้รับความนิยมในงวดนี้ คือสถานที่ของ หุ่นปั้นเซียนแปะโรงสี ที่เคยโด่งดังจากจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเคยเล่าลือกันมาว่าเหล่าบรรดาเศรษฐีในเมืองไทยและชาวจีนที่อยากจะทำอะไรให้ประสบผลสำเร็จต้องมากราบไหว้ เป็นเหมือนเทพเจ้าแห่งโชคลาภและการค้า ซึ่งบรรดาญาติได้ทำหุ่นปั้นแล้วนำมาถวายเพื่อให้ผู้คนทั้งชาวไทยและจีน มากราบไหว้ขอโชคลาภ
ทั้งนี้ ได้อัญเชิญมาตั้งที่ศาลาการเปรียญ หุ่นปั้นนุ่งขาวทั้งชุดในท่านั่งขัดสมาธิ โดยมีเครื่องเซ่นบูชาที่คนมากราบไหว้มากมาย เช่น บุหรี่, ยาเส้น, กาแฟดำ และเครื่องดื่มชูกำลัง ธนบัตรฉบับละ 20 บาท ที่คนทำบุญวางเต็มหน้าตัก ซึ่งมีหลายรายขอแลกเป็นขวัญถุงไปเสี่ยงโชคกัน
ทางด้าน นายสุธีร์ บางน้ำวน อายุ 48 ปี เจ้าของรถบรรทุกกล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางมาทำบุญขอโชคลาภที่วัดนี้ และพบว่าที่วัดแห่งนี้มีหุ่นปั้นแปะโรงสีตั้งให้กราบขอโชคลาภด้วย เพราะเคยขับรถผ่านไปทางปทุมธานี และเข้ากราบไหว้ขอพรและโชคลาภกับแปะโรงสีที่นั่นด้วย ส่วนใหญ่จะประสบผล เลยขอเป็นศิษย์
เมื่อมาถึงวัด เลยต้องมาขอโชคลาภ จึงไปหาซื้อของไหว้ที่ด้านหน้าวัดมาถวาย เมื่อไหว้ถวายของแล้วได้บนไว้ด้วย หากถ้าได้โชคเสี่ยงเซียมซี จะซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ รวมถึงซื้อกาแฟผงและบุหรี่ 10 มวนและเครื่องดื่มชูกำลังมาถวาย จากนั้นก็เขย่าเซียมซี 3 ครั้งได้เลข 23, 22, 20 นำมาโชว์ ก่อนที่จะเดินออกไปหาซื้อลอตเตอรี่แล้วเดินทางกลับบ้าน
สำหรับประวัติวัดสว่างอารมณ์
ประวัติวัดสว่างอารมณ์

ตามประวัติเดิม วัดสว่างอารมณ์นี้สร้างมาแต่สมัยใดไม่ปรากฎชัด แต่เท่าที่มีผู้จำได้ประมาณปี พ.ศ. 2506 ท่านเจ้าคุณพระราชสิทธิมุนี พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ณ วัดยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะ 5 พระนคร ได้ส่งพระวินัยธรสุภาพ สุวฑฺฒโน มาสร้างสำนักวิปัสสนา ที่วัดราชสิทธิธรรมมาราม (วัดสว่างอารมณ์)
วัดนี้เป็นวัดร้างมากกว่า 50 ปีเศษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เดิมมีเนื้อที่เก่าอยู่ 4 ไร่ 3 งาน 20 วา ส่วนซากศาลาหรือกุฏิก็ไม่มีเหลืออยู่ จนหมดสภาพที่เป็นวัด แม้นชื่อและประวัติของวัดเป็นมาอย่างไร ประชาชนรุ่นหลังก็จำกันไม่ค่อยได้ ต่อมาพระวินัยธรสุภาพ สุวฑฺฒโน และประชาชนในพื้นที่ได้ทำการบูรณะวัดร้างแห่งนี้  ครั้งแรกเริ่มสร้างกุฏิ 1 หลัง มีผู้ศรัทธาซื้อที่ดินถวายวัด 10 ไร่ 3 งาน 79 วา และมีผู้ศรัทธาจัดสร้างกุฏิถวาย 3 หลัง  ในปี พ.ศ. 2508 มีผู้ศรัทธาจัดซื้อถวายอีก 9 ไร่ 80 วา ในปี พ.ศ. 2509 มีผู้ศรัทธาสร้างศาลา 1 หลัง และทำการโรยลูกรังจากถนนใหญ่ถึงวัด ในปี พ.ศ. 2510 คณะผู้ศรัทธาจัดสร้างกุฏิถวาย 1 หลัง ขณะนี้มีกุฏิ 7 หลัง ส่วนที่ดินของวัดขณะนี้รวมทั้งที่ใหม่และที่เก่ามี 30 ไร่เศษ
ในวันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2511 ปีวอก เริ่มวางศิลาฤกษ์อุโบสถ การบูรณะวัดร้างแห่งนี้มีการเจริญขึ้นเป็นลำดับ
เมื่อวางศิลาฤกษ์แล้ว พระวินัยธรสุภาพ สุวฑฺฒโน และประชาชนก็ได้ร่วมทำการก่อสร้างพระอุโบสถจนแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2516 ได้ทำการปิดทองฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา และได้ทำการสังฆกรรมสงฆ์มาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อพระวินัยธรสุภาพ สุวฑฺฒโน ได้มรณภาพลงแล้ว ในช่วง พ.ศ. 2517 ถึง พ.ศ. 2524 ก็ได้มีพระภิกษุอีกหลายรูปเช่น พระอาจารย์บุณไห้ , พระอาจารย์ทองอยู่ , พระอธิการบุญมี มาปกครองวัด รักษาการดูแลวัด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาวัด และสอนการปฏิบัติธรรมให้กับประชาชน
เมื่อพระอธิการสมทรง ธมฺมทินฺโน (ปัจจุบันเป็นพระครูยติธรรมานุยุต) มารับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ก็ได้พัฒนาวัดสว่างอารมณ์ โดยการอบรมปฏิบัติธรรมแก่พุทธศาสนิกชน และได้จัดการในเรื่องถาวรสถาน และถาวรวัตถุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายเพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะบูชา